top of page

เจาะลึกสุดเปลือก! “กล้วยน้ำว้าดำ” (Nam Wa Dam) อัญมณีสีนิลแห่งวงการกล้วย: กล้วยแปลกหายาก! รสล้ำ สรรพคุณเลิศ ปลูกประดับสวนก็ปัง

กล้วยน้ำว้าดำ” (Musa (ABB) 'Nam Wa Dam') ไทยทิชชู thaitissueplants

เมื่อ “กล้วย” ไม่ได้มีแค่สีเหลือง

ในบรรดากล้วยกว่าร้อยสายพันธุ์ในประเทศไทย ถ้าถามหา “กล้วยหายาก” ที่รสชาติดีและมีคุณค่าทางใจต่อนักสะสม ชื่อของ “กล้วยน้ำว้าดำ” (Musa (ABB) 'Nam Wa Dam') จะต้องติดอยู่ใน Top List เสมอ

หลายคนอาจเคยเห็นผ่านตาและเข้าใจผิดว่าเป็นกล้วยเน่าหรือกล้วยเสีย แต่แท้จริงแล้ว สีดำคล้ำนั้นคือเอกลักษณ์ของสายพันธุ์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาอย่างน่าอัศจรรย์ บทความนี้ Thai Tissue จะพาคุณดำดิ่งลงไปในรายละเอียดทุกมิติของกล้วยชนิดนี้ ตั้งแต่พันธุกรรมไปจนถึงการเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมกล้วยต้นนี้ถึงคุ้มค่าแก่การปลูก


ข้อมูลทั่วไป: 

  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Musa (ABB group) "Kluai Nam Wa Dam"

  • ชื่ออื่น ๆ: กล้วยน้ำว้าทองสัมฤทธิ์ (เนื่องจากมีปื้นดำเหมือนทองสัมฤทธิ์)

  • สถานะ: เป็นกล้วยพันธุ์โบราณที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย ในปัจจุบันพบเห็นได้น้อยลง เนื่องจากไม่ค่อยได้รับความนิยมในการปลูกเพื่อการค้าเมื่อเทียบกับกล้วยน้ำว้าพันธุ์อื่น ๆ แต่ยังคงมีความสำคัญในฐานะสายพันธุ์อนุรักษ์และนิยมปลูกเพื่อความสวยงาม

*หมายเหตุ: จัดอยู่ในกลุ่มจีโนม ABB ซึ่งมีเชื้อสายของกล้วยตานี (Balbisiana) มากกว่ากล้วยป่า ทำให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศแล้งและโรคได้ดีกว่ากลุ่ม AAA (เช่น กล้วยหอม)


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:

ลำต้น

  • ลำต้นมีความแข็งแรงและทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี โดยเฉพาะลมกระโชกแรง

  • มีความสูงประมาณ 2.5 - 5 เมตร

  • กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวอ่อนและมีปื้นดำหรือแถบดำกว้างกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดเจน ส่วนด้านในมีสีเขียวอ่อน


ใบ

  • กาบใบสีเขียวอ่อนและมีแถบดำคั่นหน้า หรือมีร่องใบแคบ เส้นกลางใบสีเขียว

  • หลังใบเป็นสีนวล มีแป้งคลุม (waxy appearance)


ดอก

  • ปลี (ดอกกล้วย) มีสีม่วงอมแดง รูปทรงม้วนงอขึ้น ปลายปลีป้าน

  • ด้านล่างของปลีมีสีแดงเข้ม


เครือ ผล และหวี

  • หนึ่งเครือจะมีประมาณ 5 - 10 หวี และในหนึ่งหวีจะมีประมาณ 10 - 17 ผล

  • ผลมีลักษณะเป็นเหลี่ยม เปลือกค่อนข้างหนา

ลักษณะพิเศษของผลและการสุก: จุดเด่นที่สุดของกล้วยน้ำว้าดำที่ทำให้แตกต่างจาก กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์อื่น ๆ คือการเปลี่ยนแปลงสีผิวเปลือกผลตามระยะเวลาการสุก ดังนี้:

  • ผลอ่อน: เมื่อผลเริ่มโต เปลือกจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงจนถึงน้ำตาลเข้ม ดูคล้ายสนิม หรือกล้วยเน่า ผิวเปลือกจะมีลายแตกลายงาตามผิวผล ซึ่งทำให้มีลักษณะแปลกตาและดูมีเอกลักษณ์

  • ผลสุก: สีน้ำตาลเข้มจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิททั้งผล ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าสุกแล้ว

  • เนื้อใน: เมื่อปอกเปลือกผลที่สุกออก เนื้อกล้วยด้านในจะมีสีขาวนวลและมีไส้กลางสีเหลืองสด

  • รสชาติ: มีรสหวานหอมและมีเนื้อแน่นกว่ากล้วยน้ำว้าทั่วไป แต่บางแหล่งระบุว่ามีรสหวานคล้ายกล้วยอบหรือกล้วยตาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของกล้วยน้ำว้าดำ


ประโยชน์และสรรพคุณ:  

นอกจากความสวยงามของลำต้นและลักษณะพิเศษของผล กล้วยน้ำว้าดำยังมีประโยชน์และสรรพคุณที่น่าสนใจ ดังนี้:

1.ประโยชน์ด้านโภชนาการและการรับประทาน

  • สามารถนำไปรับประทานได้ทั้งแบบผลสดหรือนำไปปรุงเป็นอาหารหวานได้หลากหลายเมนู เช่น กล้วยบวชชี หรือกล้วยทอด เนื่องด้วยความที่เนื้อแน่นของผลกล้วยไม่เละง่าย จึงเป็น The Best Choice สำหรับทำขนมหวาน

  • มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเช่นเดียวกับกล้วยน้ำว้าทั่วไป

2.สรรพคุณตามตำรายาโบราณ กล้วยน้ำว้าดำเคยเป็นส่วนผสมในตำรายาไทยโบราณ โดยเชื่อว่ามีสรรพคุณดังนี้:

  • บำรุงกำลัง: หมอชาวบ้านในสมัยโบราณนิยมใช้กล้วยน้ำว้าดำเป็นส่วนผสมของยาบำรุงกำลัง ทั้งชายและหญิง

  • ยาอายุวัฒนะ: เชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ กินแล้วแก่ช้า

  • แก้ไข้อ่อนเพลีย: ช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้ทำงานไม่เหนื่อยง่าย

  • วิธีการใช้: นำไปตากแห้งและผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานเช้าและก่อนนอน


การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์: นิยมใช้การแยกหน่อ (Suckers)

  • ระยะปลูก: ประมาณ 4x4 เมตร เพื่อให้ต้นได้เจริญเติบโตเต็มที่

  • หลุมปลูก: ควรมีขนาดประมาณ 50x50x50 เซนติเมตร และรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเสริมสารอาหารให้ต้นอ่อน

  • สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: กล้วยน้ำว้าดำต้องการแสงแดดจัดเพื่อให้เจริญเติบโตได้ดี และลำต้นมีความแข็งแรง ทนทานต่อลมได้ดี

  • เทคนิคการปลูกและการดูแลรักษาเชิงลึก (Advanced Cultivation Tips)

    • การเลือกพื้นที่: เนื่องจากต้องการแดดจัด (Full Sun) ควรเลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน เพื่อการเจริญเติบโตและการสร้างสีผิวผลที่สวยงาม

    • สภาพดิน: แม้จะทนทานแต่ควรปลูกในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรอุ้มน้ำมากจนแฉะเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดโรครากเน่าได้

    • การจัดการหน่อ: กล้วยน้ำว้าดำมักให้หน่อไม่ดกมากนัก ควรไว้หน่อไม่เกิน 2-3 หน่อต่อต้นแม่ เพื่อไม่ให้แย่งอาหารกัน และเพื่อให้เครือกล้วยมีขนาดหวีและผลที่สมบูรณ์

    • การป้องกันโรค: แม้จะมีพันธุกรรมกล้วยตานีที่ทนทาน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังโรคใบจุดรา (Sigatoka Leaf Spot) และโรคตายพราย (Fusarium Wilt) ซึ่งเป็นโรคหลักที่มักพบในกล้วย ABB ทั้งหลาย ควรตัดแต่งใบที่แห้งเสียออกและเผาทำลายเพื่อลดการสะสมของเชื้อ



กล้วยน้ำว้าดำ” (Musa (ABB) 'Nam Wa Dam') ไทยทิชชู thaitissueplants


บทสรุป

กล้วยน้ำว้าดำ (Nam Wa Dam) เป็นกล้วยน้ำว้าพันธุ์โบราณของไทยที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยลำต้นที่สวยงาม ทนทาน และผลที่มีลักษณะแปลกตา สีผิวเปลือกผลเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อสุก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกล้วยสายพันธุ์อื่น ๆ อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยาตามตำรายาไทยโบราณ การปลูกกล้วยน้ำว้าดำนอกจากจะได้รับชมความสวยงามและได้ลิ้มรสชาติที่หอมหวานแล้ว ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สายพันธุ์กล้วยไทยโบราณให้คงอยู่สืบต่อไปอีกด้วย


Thai Tissue Culture International พร้อมส่งมอบต้นพันธุ์กล้วยน้ำว้าดำเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเกรดพรีเมียม มาตรฐานส่งออก ให้คุณได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้


สอบถามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อต้นพันธุ์ ทักแชทหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย!


✨ช่องทางการสั่งซื้อ✨

Facebook Fanpage : ไทยทิชชู – ต้นไม้เพาะเนื้อเยื่อ ( Inbox 📩)


🌱Other Contacts🌱

☎️ : 06-4475-7495 , 08-8629-4513



 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page
Verification: 9933af91e0ee3d8d