top of page

ควรตัดรากต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก่อนย้ายปลูกหรือไม่? งานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับการตัดรากและการอนุบาล

การตัดรากต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก่อนย้ายปลูก ไม่ควรถูกกำหนดเป็นขั้นตอนมาตรฐานสำหรับพืชทุกชนิด เพราะรากที่เกิดในหลอดไม่ได้เป็นรากที่ไร้ประโยชน์เสมอไป งานวิจัยหลายฉบับพบว่าราก in vitro บางส่วนยังสามารถดูดน้ำและช่วยรักษาสมดุลน้ำของต้นในช่วงแรกหลังออกจากขวดได้ ขณะเดียวกัน พืชบางชนิดกลับตอบสนองดีต่อการตัดแต่งรากและสร้างรากใหม่ภายใต้สภาพ ex vitro ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องจึงขึ้นอยู่กับ ชนิดพืช คุณภาพราก และระบบอนุบาล มากกว่าการใช้กฎเดียวกับทุกต้น


ต้นรากต้นเนื้อเยื่อ

งานของ Thomas และ Ravindra ในองุ่น Vitis vinifera เป็นหนึ่งในงานที่ตอบคำถามเรื่องนี้โดยตรง โดยเปรียบเทียบต้นที่เก็บรากเดิม ตัดแต่งราก และตัดรากที่เกิดในหลอดออกทั้งหมด ผลพบว่าทุกกลุ่มยังมีอัตราตั้งตัวมากกว่า 90% แต่ต้นที่ตัดรากทั้งหมดมีการเจริญในช่วงแรกด้อยกว่ากลุ่มที่ตัดแต่งเพียงบางส่วน ที่น่าสนใจคือกลุ่มที่ผ่าน root pruning สามารถสร้างรากใหม่บริเวณโคนต้นได้มากขึ้นและมีความสม่ำเสมอของต้นดีขึ้น ตัวอย่างนี้จึงสนับสนุนแนวคิดว่า การ trim รากอาจมีประโยชน์ในบางพืช แต่ไม่จำเป็นต้องตัดรากออกทั้งหมด


เหตุผลหนึ่งที่บางห้องปฏิบัติการเลือกตัดราก คือรากที่เกิดในขวดอาจมีโครงสร้างแตกต่างจากรากที่เกิดในวัสดุปลูกจริง งานในพืชเนื้อไม้พบว่าราก in vitro บางส่วนมีเซลล์ cortex ขนาดใหญ่และระบบท่อลำเลียงยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อย้ายออกจากขวด รากบางส่วนอาจหยุดโตหรือตาย และต้นต้องสร้างรากใหม่ที่เหมาะกับสภาพภายนอกมากกว่า ดังนั้นการมีรากจำนวนมากในขวดจึงไม่ได้หมายความว่าจะมีระบบรากที่มีประสิทธิภาพสูงหลังย้ายปลูกเสมอ สิ่งที่ควรดูมากกว่าจำนวนรากคือ การแตกแขนงของราก รากฝอย สุขภาพของปลายราก และความสามารถในการสร้างรากใหม่


ในอีกด้านหนึ่ง มีหลักฐานว่ารากที่เกิดในหลอดสามารถทำงานได้จริง งานในต้นแอปเปิลเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพบว่าต้นที่มีราก in vitro รักษาสถานะน้ำได้ดีกว่ายอดที่ไม่มีราก โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนจากสภาพความชื้นสูงในขวดไปสู่โรงเรือนที่ต้นสูญเสียน้ำมากขึ้น หากตัดรากดีออกทั้งหมดพร้อมกับลดความชื้น ต้นจะต้องเผชิญความเครียดสองทางพร้อมกัน คือ เสียระบบดูดน้ำและสูญเสียน้ำทางใบมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ หากรากยังขาว แข็งแรง และไม่มีอาการเน่า การรักษารากไว้จึงมักปลอดภัยกว่าการตัดทิ้งโดยไม่มีข้อมูลรองรับ


แนวทางอีกแบบที่น่าสนใจคือ ex vitro rooting หรือการนำยอดที่ยังไม่มีรากออกจากขวดแล้วให้สร้างรากพร้อมกับการปรับสภาพภายนอก วิธีนี้แตกต่างจากการสร้างรากในขวดแล้วค่อยตัดทิ้ง ตัวอย่างเช่น งานใน Philodendron pedatum พบว่ายอดที่นำไปสร้างรากบนพีตมอสภายนอกขวดสามารถรอดและสร้างระบบรากใหม่ได้ดี แสดงว่าในฟิโลเดนดรอนบางชนิดอาจไม่จำเป็นต้องมี rooting stage ในขวดตั้งแต่แรก หากระบบโรงเรือนควบคุมความชื้นและสภาพแวดล้อมได้ดี แนวคิดนี้มีประโยชน์ในเชิงลดต้นทุนและเวลา แต่ต้องทดลองแยกตามพันธุ์


ตัดรากต้นเนื้อเยื่อ

สำหรับพืชอย่าง Anthurium กล้วย และสับปะรด หลักฐานส่วนใหญ่กลับสนับสนุนการรักษารากดีไว้ก่อนย้ายปลูก งานใน Anthurium andraeanum ใช้วิธีล้างอาหารออกจากรากอย่างระมัดระวังโดยหลีกเลี่ยงความเสียหาย และได้อัตรารอดสูง ส่วนงานกล้วยรายงานว่าระบบรากที่มี primary roots, lateral roots และ root hairs ช่วยการตั้งตัวได้ดีหลัง hardening ขณะที่สับปะรดที่มีรากแข็งแรงหลายรากสามารถย้ายลงวัสดุปลูกและมีอัตรารอดสูงได้โดยไม่จำเป็นต้องตัดราก ตัวอย่างเช่น หากต้นกล้วยมีรากขาว แตกแขนงดี และไม่พันกันมาก การล้างวุ้นแล้วปลูกโดยรักษารากไว้ย่อมมีเหตุผลมากกว่าการตัดรากทั้งหมด

ในทางปฏิบัติ ควรแยกการจัดการตามคุณภาพของราก ถ้ารากขาวหรือครีม แข็งแรง และมี lateral roots ควรเก็บไว้ หากรากยาวหรือพันกันจนวางในวัสดุปลูกไม่ได้ สามารถ trim เฉพาะส่วนที่เกะกะ หากปลายรากช้ำจากการล้างก็สามารถตัดส่วนเสียออกได้ ส่วนรากดำ เน่า เละ หรือมีอาการฉ่ำน้ำผิดปกติควรกำจัดออก ตัวอย่างง่าย ๆ คือ ต้น Philodendron ที่มีรากยาว 8–10 เซนติเมตรแต่รากแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องตัดเหลือ 1–2 เซนติเมตรเพียงเพราะรากยาว แต่สามารถจัดรากหรือ trim เล็กน้อยเพื่อให้ปลูกลง plug ได้สะดวก


สิ่งสำคัญอีกข้อคือ การตัดปลายรากกับการตัดรากออกทั้งหมดไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การตัดแต่งเล็กน้อยอาจกระตุ้นให้ต้นสร้างรากใหม่และช่วยจัดรูปทรงระบบรากได้ ขณะที่การเอารากทั้งหมดออกถือเป็นความเครียดรุนแรงกว่า โดยเฉพาะในต้นที่กำลังเข้าสู่ช่วง acclimatization หากพืชสร้างรากใหม่ได้เร็ว เช่น ฟิโลเดนดรอนบางชนิด ผลกระทบอาจไม่รุนแรง แต่ถ้าเป็นพืชที่ rooting ช้า ผลเสียจากการสูญเสียรากเดิมอาจมากกว่าประโยชน์ ดังนั้นถ้ายังไม่มีข้อมูลเฉพาะพันธุ์ root trimming มีเหตุผลมากกว่า total root removal


สำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ใช้ SOP แบบ “ล้างวุ้นแล้วตัดรากทุกต้น” แต่ให้ประเมิน root quality ก่อนทุกครั้ง และทดลองเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบ เช่น กลุ่มไม่ตัดราก กลุ่มตัดเล็กน้อย กลุ่มตัดรุนแรง และกลุ่มตัดทั้งหมด แล้วติดตามอัตรารอด วันเริ่มเกิดรากใหม่ จำนวนรากใหม่ ความสูง จำนวนใบ อาการเหี่ยว และระยะเวลาจนพร้อมจำหน่าย เพราะงานวิจัยแสดงให้เห็นชัดว่า ต้นอาจรอดเท่ากัน แต่คุณภาพระบบรากและความเร็วในการฟื้นตัวต่างกันมาก สรุปได้ว่า หากรากดีควรรักษาไว้ หากรากเสียควรตัดเฉพาะส่วนเสีย และถ้าต้องการใช้การตัดรากเป็นมาตรฐาน ควรพิสูจน์ด้วยการทดลองเฉพาะชนิดพืชก่อนนำไปใช้จริงในระดับการผลิต.





✨ช่องทางการสั่งซื้อ✨

Facebook Fanpage : ไทยทิชชู – ต้นไม้เพาะเนื้อเยื่อ ( Inbox 📩)

TikTok Shop : https://www.tiktok.com/@thaitissueshop

Shopee : https://shopee.co.th/thaitissue



🌱Other Contacts🌱

☎️ : 06-4475-7495 , 08-8629-4513

Line OA : https://lin.ee/UQFnpoN

 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page
Verification: 9933af91e0ee3d8d