"กล้วยพม่าแหกคุก" (Musa (ABB) Phama Haek Kuk) : ทำไมถึงชื่อนี้ สวยจนต้องหนีคุกจริงไหม?
- ศรุตา แนบกลาง
- 14 ม.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 15 ม.ค.

เชื่อว่าครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ "กล้วยพม่าแหกคุก" หลายคนคงสะดุดหูและเกิดคำถามเดียวกันว่า "ทำไมต้องแหกคุก" มันสวยขนาดนั้นเลยหรือ
วันนี้ Thai Tissue จะพาคุณไปเจาะลึกตำนานและความงามเชิงพฤกษศาสตร์ของกล้วยชนิดนี้ แบบที่อ่านจบแล้วคุณอาจจะสนใจ จนอยากหามาครอบครองสักต้นค่ะ
ไขปริศนาชื่อ: ทำไมต้อง "พม่าแหกคุก"?
ชื่อ "กล้วยพม่าแหกคุก" ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่มีที่มาจากการตีความ 3 ทฤษฎีหลัก:
ทฤษฎีที่ 1: ความงามที่นักโทษมิอาจต้านทาน
เป็นเรื่องเล่าขานในอดีตแถบชายแดนพม่า-ไทย ว่ากันว่าลวดลายของกล้วยชนิดนี้ โดยเฉพาะต้นที่มีความด่าง (Variegated) นั้นงดงามวิจิตรตระการตามาก เปรียบเปรยว่า "แม้แต่นักโทษที่ถูกขังอยู่ในคุก เมื่อมองเห็นความงามของต้นกล้วยนี้ที่อยู่นอกกำแพง หรือแม้แต่ปลูกประดับในเรือนจำ ก็ยังเกิดกิเลสจนยอมเสี่ยงตายแหกคุกออกมาเพื่อชมความงามใกล้ๆ หรือขโมยหน่อไป" นี่คือที่มาในเชิงอุปมาอุปไมยถึงความสวยที่สะกดใจคน
ทฤษฎีที่ 2: "แหกคุก" เพื่อไปกินกล้วย
เล่ากันว่าในสมัยอดีตที่มีการสู้รบและมีเชลยศึกชาวพม่าถูกคุมขังอยู่ เชลยเหล่านี้มักจะขาดแคลนอาหารและหิวโหย วันหนึ่งเชลยคนหนึ่งมองไปเห็นกล้วยป่าชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆ คุก มีผล ใหญ่โตและอวบอัด น่ากินมาก ด้วยความหิวบวกกับลักษณะกล้วยที่ดู "ทรงพลัง" เชลยคนนั้นจึงรวบรวมพละกำลังที่มีทั้งหมด พังคุกหรือแหกคุก ออกมาเพื่อจะมากินกล้วยชนิดนี้ให้ได้
นัยของเรื่อง: สื่อว่ากล้วยชนิดนี้มีขนาดใหญ่และดูน่ากินมาก จนถึงขนาดทำให้คนยอมเสี่ยงตายแหกคุกออกมาเพื่อลิ้มรส
กระแสนี้จะเล่ากลับกัน คือมีเชลยพม่าได้กินกล้วยชนิดนี้เข้าไปในขณะที่ถูกคุมขัง เนื่องจากกล้วยชนิดนี้มี แป้งและสารอาหารสูงมาก (High Energy) เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพละกำลังมหาศาล จนสามารถ พังโซ่ตรวนหรือแหกคุก หนีรอดไปได้
ทฤษฎีที่ 3: พฤติกรรม "หนีเที่ยว" ตามธรรมชาติ (ข้อมูลสำคัญ)
ในทางวิทยาศาสตร์ ชื่อระบุชนิด (Specific epithet) ของเขาคือ Musa itinerans หรือ Musa (ABB) Phama Haek Kuk
คำว่า "itinerans" ในภาษาละติน แปลว่า Itinerant หรือ Traveling (การเดินทาง / ผู้จาริกแสวงบุญ)
ทำไมถึงเดินทาง? กล้วยทั่วไปเวลาแตกหน่อ จะแตกชิดโคนต้นแม่เป็นกอแน่นๆ (Clump) แต่ Musa itinerans มีเหง้าใต้ดิน (Rhizome) ที่ยาวมาก
พฤติกรรมแหกคุก: หน่อใหม่ของเขาจะไม่ขึ้นที่โคนต้นเดิม แต่จะ "ไหล" เลื้อยใต้ดินพุ่งออกไปไกลจากต้นแม่ได้ถึง 2-3 เมตร หรือมากกว่านั้น แล้วค่อยแทงยอดขึ้นมา ราวกับว่าต้นลูกกำลัง "หนี" หรือ "แหกคุก" ออกจากต้นแม่ไปหาอิสระในที่ใหม่ๆ นั่นเอง
ข้อมูลจำเพาะทางพฤกษศาสตร์
เพื่อให้คุณรู้จักเขาดียิ่งขึ้น นี่คือข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้กล้วยชนิดนี้พิเศษ:
ชื่อสามัญ : Phama Haek Kuk
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa (ABB) ‘Phama Haek Kuk’
ถิ่นกำเนิด: พบกระจายตัวในป่าดิบชื้นและหุบเขา ตั้งแต่จีนตอนใต้ (ยูนนาน), พม่า, ลาว, เวียดนาม และทางเหนือของไทย
ความสูง: เป็นกล้วยขนาดยักษ์ (Giant Banana) ลำต้นเทียมสามารถสูงได้ถึง 3 – 7 เมตร (เทียบเท่าตึก 2 ชั้น)
ลักษณะเด่น:
ลำต้น: มักมีสีเขียวอมม่วง หรือมีนวลแป้งสีขาวเคลือบ บางสายพันธุ์มีสีแดงเลือดหมู (Burgundy) ตัดสวยงาม
ปลี: ปลีมีรูปทรงยาวรี กาบปลีสีม่วงแดง
ผล: ผลมีลักษณะเหมือนกล้วยหักมุกแต่ลูกใหญ่กว่า เนื้อสีขาว ฟูนุ่ม หวานไม่มาก มีกลิ่นหอมเล็กน้อย
ใบ: ใบยาวใหญ่ แข็งแรง ทนทานต่อแรงลมได้ดีกว่ากล้วยทั่วไป
คุณค่าทางอาหารและเป้าหมายการใช้งาน
สารอาหาร: มีธาตุเหล็กและใยอาหารสูงมาก จึงนิยมใช้เป็นกล้วยสำหรับเลี้ยงเด็กหรือผู้ป่วยเพื่อให้มีพละกำลัง
แปรรูป: ด้วยความที่มีแป้งเยอะ จึงเหมาะมากสำหรับการนำไป เชื่อม ปิ้ง หรือทำกล้วยฉาบ เพราะเนื้อจะยังคงรูปสวยและให้รสสัมผัสที่เคี้ยวสนุก
วิธีการปลูกและดูแล
1. การเตรียมพื้นที่และหลุมปลูก
แสงแดด: กล้วยชอบแดดจัด ควรปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน
ระยะห่าง: ควรปลูกห่างกันประมาณ 3 x 3 เมตร เพื่อไม่ให้ใบซ้อนทับกันมากเกินไป
ขนาดหลุม: ขุดหลุมกว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร
การปรุงดิน: รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักผสมกับดินร่วน เพื่อให้สารอาหารแก่หน่อกล้วยในระยะแรก
2. วิธีการปลูก
การเลือกหน่อ: เลือกหน่อที่สมบูรณ์ (หน่อใบดาบจะดีที่สุด) ไม่มีร่องรอยของโรคหรือแมลง
การวางหน่อ: วางหน่อลงกลางหลุม กลบดินให้มิดเหง้ากล้วย แต่อย่าให้สูงจนมิดยอด
การกดดิน: กดดินรอบๆ โคนต้นให้แน่นพอประมาณ เพื่อป้องกันต้นล้มเมื่อเจอลม
3. การดูแลรักษา
การให้น้ำ: ในช่วง 1-3 เดือนแรกควรให้น้ำสม่ำเสมอ แต่อย่าให้ดินแฉะจนน้ำขัง เพราะอาจทำให้รากเน่าได้
การให้ปุ๋ย:
ช่วงแรก: เน้นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเพื่อเร่งใบและลำต้น
ช่วงออกปลี: เน้นปุ๋ยที่มีโพแทสเซียม (ตัวหลังสูง) เพื่อช่วยเรื่องคุณภาพของผลผลิต
การตัดแต่งหน่อ: เมื่อต้นเริ่มโตจะมีหน่อเล็กๆ แตกออกมา ควรเหลือไว้เพียง 1-2 หน่อ ต่อกอ เพื่อไม่ให้แย่งอาหารต้นแม่
4. โรคและศัตรูพืชที่ต้องระวัง
ด้วงงวงกล้วย: คอยสังเกตอย่าให้มีเศษใบกล้วยแห้งสุมที่โคนต้น เพราะจะเป็นที่วางไข่ของด้วง
โรคตายพราย: แม้กล้วยพม่าแหกคุกจะทนทาน แต่ควรระวังหากพื้นที่นั้นเคยมีประวัติโรคนี้มาก่อน
การหากล้วยป่ามาปลูกมีความเสี่ยงหลายประการที่นักเล่นต้นไม้มืออาชีพทราบดี และนี่คือเหตุผลที่ Tissue Culture (TC) คือคำตอบที่ดีที่สุด:
1. ตัดวงจรไวรัส (Virus Free): กล้วยเป็นพืชที่ติดโรคไวรัสได้ง่ายมาก (เช่น โรคใบด่างจุด, โรคตายพราย) การขุดหน่อจากป่าหรือซื้อหน่อแยกสด มีความเสี่ยงสูงที่จะนำโรคมาติดต้นไม้เดิมในบ้าน แต่ต้นไม้จาก Lab ของ Thai Tissue ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและตรวจสอบไวรัสอย่างเคร่งครัด
2. รากเดินดี ไม่ต้องลุ้นรอด: กล้วยป่าขุดสดมักรากช้ำและตายง่าย แต่ต้นไม้เนื้อเยื่อมีระบบรากที่สมบูรณ์จากการอนุบาลในขวด พร้อมเติบโตทันทีที่ลงดิน
3. ตรงตามสายพันธุ์: การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อช่วยให้เราโคลนนิ่งพันธุกรรมจากแม่พันธุ์ที่คัดเลือกมาแล้วว่าฟอร์มสวย แข็งแรง มั่นใจได้ว่าโตมาเป็น "พม่าแหกคุก" ของแท้แน่นอน

📝 สรุปให้เข้าใจง่าย (Key Takeaways)
ชื่อแปลก: มาจากพฤติกรรมรากที่เลื้อยไปไกลเหมือนหนีออกจากต้นแม่ (Itinerans = นักเดินทาง)
จุดเด่น: ต้นสูงใหญ่ ฟอร์มอลังการ ปลีสวย ใบสวย
การดูแล: ชอบแดดจัด-รำไร น้ำปานกลาง ดินระบายน้ำดี
หากคุณพร้อมจะรับ "นักโทษหนีคุก" ที่สวยสง่าต้นนี้ไปดูแล หรืออยากเปลี่ยนมุมบ้านให้กลายเป็นป่าดิบชื้นสุดชิค Thai Tissue พร้อมส่งมอบต้นกล้วยคุณภาพมาตรฐาน Lab สากลถึงหน้าบ้านคุณค่ะ
✨ช่องทางการสั่งซื้อ✨
Facebook Fanpage : ไทยทิชชู – ต้นไม้เพาะเนื้อเยื่อ ( Inbox 📩)
TikTok Shop : https://www.tiktok.com/@thaitissueshop
Shopee : https://shopee.co.th/thaitissue
🌱Other Contacts🌱
☎️ : 06-4475-7495 , 08-8629-4513
Line OA : https://lin.ee/UQFnpoN
Website : https://www.thaitissues.com/





ความคิดเห็น