top of page

"กล้วยพม่าแหกคุก" (Musa (ABB) Phama Haek Kuk) : ทำไมถึงชื่อนี้ สวยจนต้องหนีคุกจริงไหม?

อัปเดตเมื่อ 15 ม.ค.

กล้วยพม่าแหกคุก Musa (ABB) Phama Haek Kuk ไทยทิชชู thaitissueplants

เชื่อว่าครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ "กล้วยพม่าแหกคุก" หลายคนคงสะดุดหูและเกิดคำถามเดียวกันว่า "ทำไมต้องแหกคุก" มันสวยขนาดนั้นเลยหรือ


วันนี้ Thai Tissue จะพาคุณไปเจาะลึกตำนานและความงามเชิงพฤกษศาสตร์ของกล้วยชนิดนี้ แบบที่อ่านจบแล้วคุณอาจจะสนใจ จนอยากหามาครอบครองสักต้นค่ะ



ไขปริศนาชื่อ: ทำไมต้อง "พม่าแหกคุก"?

ชื่อ "กล้วยพม่าแหกคุก" ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่มีที่มาจากการตีความ 3 ทฤษฎีหลัก:


ทฤษฎีที่ 1: ความงามที่นักโทษมิอาจต้านทาน

เป็นเรื่องเล่าขานในอดีตแถบชายแดนพม่า-ไทย ว่ากันว่าลวดลายของกล้วยชนิดนี้ โดยเฉพาะต้นที่มีความด่าง (Variegated) นั้นงดงามวิจิตรตระการตามาก เปรียบเปรยว่า "แม้แต่นักโทษที่ถูกขังอยู่ในคุก เมื่อมองเห็นความงามของต้นกล้วยนี้ที่อยู่นอกกำแพง หรือแม้แต่ปลูกประดับในเรือนจำ ก็ยังเกิดกิเลสจนยอมเสี่ยงตายแหกคุกออกมาเพื่อชมความงามใกล้ๆ หรือขโมยหน่อไป" นี่คือที่มาในเชิงอุปมาอุปไมยถึงความสวยที่สะกดใจคน


ทฤษฎีที่ 2: "แหกคุก" เพื่อไปกินกล้วย

เล่ากันว่าในสมัยอดีตที่มีการสู้รบและมีเชลยศึกชาวพม่าถูกคุมขังอยู่ เชลยเหล่านี้มักจะขาดแคลนอาหารและหิวโหย วันหนึ่งเชลยคนหนึ่งมองไปเห็นกล้วยป่าชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆ คุก มีผล ใหญ่โตและอวบอัด น่ากินมาก ด้วยความหิวบวกกับลักษณะกล้วยที่ดู "ทรงพลัง" เชลยคนนั้นจึงรวบรวมพละกำลังที่มีทั้งหมด พังคุกหรือแหกคุก ออกมาเพื่อจะมากินกล้วยชนิดนี้ให้ได้

นัยของเรื่อง: สื่อว่ากล้วยชนิดนี้มีขนาดใหญ่และดูน่ากินมาก จนถึงขนาดทำให้คนยอมเสี่ยงตายแหกคุกออกมาเพื่อลิ้มรส

กระแสนี้จะเล่ากลับกัน คือมีเชลยพม่าได้กินกล้วยชนิดนี้เข้าไปในขณะที่ถูกคุมขัง เนื่องจากกล้วยชนิดนี้มี แป้งและสารอาหารสูงมาก (High Energy) เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพละกำลังมหาศาล จนสามารถ พังโซ่ตรวนหรือแหกคุก หนีรอดไปได้


ทฤษฎีที่ 3: พฤติกรรม "หนีเที่ยว" ตามธรรมชาติ (ข้อมูลสำคัญ)

ในทางวิทยาศาสตร์ ชื่อระบุชนิด (Specific epithet) ของเขาคือ Musa itinerans หรือ Musa (ABB) Phama Haek Kuk

  • คำว่า "itinerans" ในภาษาละติน แปลว่า Itinerant หรือ Traveling (การเดินทาง / ผู้จาริกแสวงบุญ)

  • ทำไมถึงเดินทาง? กล้วยทั่วไปเวลาแตกหน่อ จะแตกชิดโคนต้นแม่เป็นกอแน่นๆ (Clump) แต่ Musa itinerans มีเหง้าใต้ดิน (Rhizome) ที่ยาวมาก

  • พฤติกรรมแหกคุก: หน่อใหม่ของเขาจะไม่ขึ้นที่โคนต้นเดิม แต่จะ "ไหล" เลื้อยใต้ดินพุ่งออกไปไกลจากต้นแม่ได้ถึง 2-3 เมตร หรือมากกว่านั้น แล้วค่อยแทงยอดขึ้นมา ราวกับว่าต้นลูกกำลัง "หนี" หรือ "แหกคุก" ออกจากต้นแม่ไปหาอิสระในที่ใหม่ๆ นั่นเอง



ข้อมูลจำเพาะทางพฤกษศาสตร์


เพื่อให้คุณรู้จักเขาดียิ่งขึ้น นี่คือข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้กล้วยชนิดนี้พิเศษ:

  • ชื่อสามัญ : Phama Haek Kuk

  • ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Musa (ABB) ‘Phama Haek Kuk’

  • ถิ่นกำเนิด: พบกระจายตัวในป่าดิบชื้นและหุบเขา ตั้งแต่จีนตอนใต้ (ยูนนาน), พม่า, ลาว, เวียดนาม และทางเหนือของไทย

  • ความสูง: เป็นกล้วยขนาดยักษ์ (Giant Banana) ลำต้นเทียมสามารถสูงได้ถึง 3 – 7 เมตร (เทียบเท่าตึก 2 ชั้น)

  • ลักษณะเด่น:

    • ลำต้น: มักมีสีเขียวอมม่วง หรือมีนวลแป้งสีขาวเคลือบ บางสายพันธุ์มีสีแดงเลือดหมู (Burgundy) ตัดสวยงาม

    • ปลี: ปลีมีรูปทรงยาวรี กาบปลีสีม่วงแดง

    • ผล: ผลมีลักษณะเหมือนกล้วยหักมุกแต่ลูกใหญ่กว่า เนื้อสีขาว ฟูนุ่ม หวานไม่มาก มีกลิ่นหอมเล็กน้อย

    • ใบ: ใบยาวใหญ่ แข็งแรง ทนทานต่อแรงลมได้ดีกว่ากล้วยทั่วไป

  • คุณค่าทางอาหารและเป้าหมายการใช้งาน

    • สารอาหาร: มีธาตุเหล็กและใยอาหารสูงมาก จึงนิยมใช้เป็นกล้วยสำหรับเลี้ยงเด็กหรือผู้ป่วยเพื่อให้มีพละกำลัง

    • แปรรูป: ด้วยความที่มีแป้งเยอะ จึงเหมาะมากสำหรับการนำไป เชื่อม ปิ้ง หรือทำกล้วยฉาบ เพราะเนื้อจะยังคงรูปสวยและให้รสสัมผัสที่เคี้ยวสนุก


วิธีการปลูกและดูแล


1. การเตรียมพื้นที่และหลุมปลูก

  • แสงแดด: กล้วยชอบแดดจัด ควรปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน

  • ระยะห่าง: ควรปลูกห่างกันประมาณ 3 x 3 เมตร เพื่อไม่ให้ใบซ้อนทับกันมากเกินไป

  • ขนาดหลุม: ขุดหลุมกว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร

  • การปรุงดิน: รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักผสมกับดินร่วน เพื่อให้สารอาหารแก่หน่อกล้วยในระยะแรก

2. วิธีการปลูก

  • การเลือกหน่อ: เลือกหน่อที่สมบูรณ์ (หน่อใบดาบจะดีที่สุด) ไม่มีร่องรอยของโรคหรือแมลง

  • การวางหน่อ: วางหน่อลงกลางหลุม กลบดินให้มิดเหง้ากล้วย แต่อย่าให้สูงจนมิดยอด

  • การกดดิน: กดดินรอบๆ โคนต้นให้แน่นพอประมาณ เพื่อป้องกันต้นล้มเมื่อเจอลม

3. การดูแลรักษา

  • การให้น้ำ: ในช่วง 1-3 เดือนแรกควรให้น้ำสม่ำเสมอ แต่อย่าให้ดินแฉะจนน้ำขัง เพราะอาจทำให้รากเน่าได้

  • การให้ปุ๋ย:

    • ช่วงแรก: เน้นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเพื่อเร่งใบและลำต้น

    • ช่วงออกปลี: เน้นปุ๋ยที่มีโพแทสเซียม (ตัวหลังสูง) เพื่อช่วยเรื่องคุณภาพของผลผลิต

  • การตัดแต่งหน่อ: เมื่อต้นเริ่มโตจะมีหน่อเล็กๆ แตกออกมา ควรเหลือไว้เพียง 1-2 หน่อ ต่อกอ เพื่อไม่ให้แย่งอาหารต้นแม่

4. โรคและศัตรูพืชที่ต้องระวัง

  • ด้วงงวงกล้วย: คอยสังเกตอย่าให้มีเศษใบกล้วยแห้งสุมที่โคนต้น เพราะจะเป็นที่วางไข่ของด้วง

  • โรคตายพราย: แม้กล้วยพม่าแหกคุกจะทนทาน แต่ควรระวังหากพื้นที่นั้นเคยมีประวัติโรคนี้มาก่อน


การหากล้วยป่ามาปลูกมีความเสี่ยงหลายประการที่นักเล่นต้นไม้มืออาชีพทราบดี และนี่คือเหตุผลที่ Tissue Culture (TC) คือคำตอบที่ดีที่สุด:

1. ตัดวงจรไวรัส (Virus Free): กล้วยเป็นพืชที่ติดโรคไวรัสได้ง่ายมาก (เช่น โรคใบด่างจุด, โรคตายพราย) การขุดหน่อจากป่าหรือซื้อหน่อแยกสด มีความเสี่ยงสูงที่จะนำโรคมาติดต้นไม้เดิมในบ้าน แต่ต้นไม้จาก Lab ของ Thai Tissue ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและตรวจสอบไวรัสอย่างเคร่งครัด

2. รากเดินดี ไม่ต้องลุ้นรอด: กล้วยป่าขุดสดมักรากช้ำและตายง่าย แต่ต้นไม้เนื้อเยื่อมีระบบรากที่สมบูรณ์จากการอนุบาลในขวด พร้อมเติบโตทันทีที่ลงดิน

3. ตรงตามสายพันธุ์: การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อช่วยให้เราโคลนนิ่งพันธุกรรมจากแม่พันธุ์ที่คัดเลือกมาแล้วว่าฟอร์มสวย แข็งแรง มั่นใจได้ว่าโตมาเป็น "พม่าแหกคุก" ของแท้แน่นอน


กล้วยพม่าแหกคุก Musa (ABB) Phama Haek Kuk ไทยทิชชู thaitissueplants

📝 สรุปให้เข้าใจง่าย (Key Takeaways)

  • ชื่อแปลก: มาจากพฤติกรรมรากที่เลื้อยไปไกลเหมือนหนีออกจากต้นแม่ (Itinerans = นักเดินทาง)

  • จุดเด่น: ต้นสูงใหญ่ ฟอร์มอลังการ ปลีสวย ใบสวย

  • การดูแล: ชอบแดดจัด-รำไร น้ำปานกลาง ดินระบายน้ำดี



หากคุณพร้อมจะรับ "นักโทษหนีคุก" ที่สวยสง่าต้นนี้ไปดูแล หรืออยากเปลี่ยนมุมบ้านให้กลายเป็นป่าดิบชื้นสุดชิค Thai Tissue พร้อมส่งมอบต้นกล้วยคุณภาพมาตรฐาน Lab สากลถึงหน้าบ้านคุณค่ะ


ช่องทางการสั่งซื้อ

Facebook Fanpage : ไทยทิชชู – ต้นไม้เพาะเนื้อเยื่อ ( Inbox 📩)



🌱Other Contacts🌱

☎️ : 06-4475-7495 , 08-8629-4513


 
 
 

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page
Verification: 9933af91e0ee3d8d